G M UG 1 2 3 4

Kyoto Uji Saryo มัชชะคาเฟ่ชื่อดัง ระดับตำนานจากเมืองอุจิ-เกียวโต

Kyoto Uji Saryo มัชชะคาเฟ่ชื่อดัง ระดับตำนานจากเมืองอุจิ-เกียวโต มัดใจคนรักชาเขียวไม่ต้องบินไปกินถึงญี่ปุ่น

ที่ชั้น UG สยาม ทาคาชิมายะ นอกจากจะมีสินค้าญี่ปุ่น ขนมญี่ปุ่นวางจำหน่ายมากมาย ที่นี่มีคาเฟชื่อดังระดับตำนานื่ต้องไปกินให้ได้ นั่นคือ ร้าน Kyoto Uji Saryo ที่นี่คือสาขาแรกของโลก (เปิดก่อนที่ญี่ปุ่นเสียอีก!) จุดเริ่มต้นของร้านคือการเป็นแบรนด์ขายชาชื่อดังของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “Fukujuen” เมื่อบริษัทนำชาเข้ามาขายที่สยาม ทาคาชิมายะทั้งที เลยเกิดไอเดียว่าควรทำร้านชาและขายอาหารญี่ปุ่นไปด้วยพร้อมๆ กัน จึงเกิดเป็นคาเฟ่ขนาดกลาง นั่งสบาย บรรยากาศอบอุ่นแห่งนี้ขึ้น

ส่วนชื่อร้าน “Uji” คือแหล่งผลิตชาชื่อดังในเกียวโต ส่วน “Saryo” แปลว่าร้านชา เมื่อรวมกันทั้งหมด Kyoto Uji Saryo ก็คือร้านชาคุณภาพจากแหล่งผลิตชาชื่อดังในเกียวโตนั่นเอง

ร้าน Kyoto Uji Saryo มุ่งมั่นอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสชาเขียวที่แท้จริง ซึ่งอาจไม่ใช่ชาสีเขียวเข้มแบบที่เราคุ้นชิน แต่เป็นชาที่ได้รสชาเขียวแท้ๆ พร้อมทั้งอยากแนะนำให้คนไทยได้รู้จักกับเมนูเส้น ที่เป็นอีกหนึ่งอาหารประจำชาติและฤดูร้อนของญี่ปุ่น นั่นก็คือ “โซเม็น”

โดยเมนูโซเม็นที่ทางร้านยกมาแนะนำวันนี้คือ “มะนาวโซเม็น” ซึ่งร้านเล่าให้ฟังว่า การกินอาหารของคนญี่ปุ่นนั้นจะกินตามฤดูกาล เช่น หน้าหนาว คนญี่ปุ่นจะกินอาหารประเภทหม้อไฟ แล้วพอถึงหน้าร้อนจะกินโซเม็นเย็น เมื่อมาเปิดร้านในเมืองไทย ซึ่งอากาศร้อนเกือบทั้งปี Tokyo Uji Saryo จึงอยากเสิร์ฟอาหารที่ให้ความสดชื่นแก่คนไทยได้

เส้นโซเม็นของร้านมีความหนึบและนุ่มไปพร้อมๆ กัน ส่วนน้ำซุปเจือรสเค็มอ่อนๆ ก่อนเสิร์ฟเชฟจะฝานมะนาว 1 ลูกวางไว้ด้านบน เวลากินจะได้ความหอมของทั้งซุปและเปลือกมะนาว แม้อาหารชามนี้จะไม่คุ้นตาคนไทย แต่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อเลยละ

นอกจากโซเม็นแล้ว เราขอแนะนำเมนู “ข้าวในซุปเท็นฉะ” สำหรับ “เท็นฉะ” ก็คือใบชาที่เป็นต้นตอของชาเขียวนั่นเอง โดยข้าวชามนี้ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใส่แซลมอนย่าง หรือปลาไหลย่างไว้ด้านบน จากนั้นเชฟก็จะโรยใบชาเท็นฉะลงมาด้วย เสิร์ฟคู่กับซุปชาร้อนๆ ให้เราเทใส่ข้าวก่อนกิน เป็นเมนูที่ได้ทั้งความอร่อยและความหอมฟุ้งของชาแท้ๆ

มาต่อกันที่ ของหวาน ทางร้านคัดสรรมาแล้วว่ารสชาติเข้ากันกับชาร้อนๆ เป็นที่สุด นั่นก็คือ “โมนากะ” ขนมหน้าตาน่ารัก เสิร์ฟแบบมีกิมมิกให้ลูกค้าใส่ไส้ขนมเอง โดยที่ด้านนอกเป็นข้าวเกรียบรูปดอกไม้ มีไส้ให้เลือก 3 ไส้คือถั่วแดง ชาเขียว และซากุระถั่วกวน

ส่วนคนชอบชาเขียว ต้องลองอีก 2 เมนู นั่นคือชาเขียวเย็น และ Matcha Affogato (เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา) การชงชาของร้านนี้พิถีพิถันมาก มีการชั่งตวงอย่างละเอียด เพื่อให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง เมื่อลูกค้ากินจะได้รสชาติชาเขียวแท้ๆ ที่ต่างจากชาเขียวทั่วไป

หากใครติดใจรสชาติของชาญี่ปุ่น ที่ร้านก็มีใบชาและอุปกรณ์ชงชาวางขายด้วย ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้แบรนด์ Fukujuen นอกจากนี้ผู้จัดการร้านชาวญี่ปุ่นมาควบคุมคุณภาพที่หน้าร้านเองทุกวันด้วย เพราะฉะนั้นมั่นในความเป็นต้นตำรับได้เลย

ที่สำคัญ กิมมิคเล็กๆ สุดน่ารักในสไตล์คนญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้ นั่นคือ ก่อนออกจากร้านอย่าลืมหยิบกระดาษที่อยู่ในถาดอาหารมาพับนกเป็นที่ระลึกกลับไปด้วย ใครพับไม่เป็น มีวิธีพับตามสไตล์ศิลปะโอริกามิให้อยู่บนกระดาษรองจาน